The History of SUMSUNG กว่าจะมาเป็นซัมซุง

The History of SUMSUNG กว่าจะมาเป็นซัมซุง สวัสดีค่าเพื่อนๆนักอ่านที่น่ารักทุกคน กลับมาพบกับแอดมินและสาระดีๆที่นำมาฝากเพื่อนๆกันอีกแล้ว วันนี้นะคะเราจะมาพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีกันบ้าง

ถ้าเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ก็จะมีบริษัทใหญ่ๆฝุดขึ้นมาบนหัวเต็มไปหมดเลย แต่วันนี้เราจะหยิบยก เรื่องของซัมซุง มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่า

              The History of SUMSUNG ซัมซุง ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1938 ที่เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ ถูกก่อตั้งขึ้นโดยประธานผู้ก่อตั้งนามว่า “เบือง ชุล ลี”

ด้วยเงินเพียง 30,000 วอน หรือประมาณ 815 บาทไทย (ซึ่งในสมัยก่อนก็ถือว่าเยอะอยู่นิดหน่อย แต่ก็น้อยอยู่ดี)

ในช่วงแรกจะเน้นไปที่การส่งออกสินค้า เช่น ผัก ผลไม้ ปลาแห้ง เป็นต้น และส่งไปที่ประเทศจีน และต่อมาปี 1947 เกิดสงครามเกาหลีขึ้น ทำให้สภาพเศรษฐกิจมีการชะลอตัว

และหลังจากสงครมจบ ซัมซุง ก็ได้เริ่มทำธุรกิจสิ่งทอเพิ่มขึ้น และเป็นโรงงานสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

              ปี 1960 บริษัท ซัมซุง ก็เข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มตัว

โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ แผนกกลศาสตร์ไฟฟ้า , แผนกอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ , แผนกซัมซุงเซมิคอนดักเตอร์และโทรคมนาคม และ แผนกซัมซุงคอร์นนิ่ง

และได้เริ่มผลิตโทรทัศน์ขาวดำขึ้นมา ต่อมาเมื่อปี 1980 ซัมซุง ได้ซื้อกิจการของบริษัท Hanguk Jenja Tongsin แล้วก็เริ่มต้นการผลิตโทรศัพท์มือถือ

และลงทุนกับการวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ช่วงเวลาเดียวกันนี้เองทางบริษัท Samsung จึงได้ขยายบริษัทไปยังต่างประเทศ

เมื่อปี 1987 บริษัทซัมซุง ได้แยกกลุ่มธุรกิจนั้นออกเป็น 4 กลุ่มหมายถึง Samsung Group ผู้ดูแลเกี่ยวกับสินค้ารวมทั้งวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, Shinsegae Group ผู้ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจของกิน, สารเคมี, การขนส่ง, ธุรกิจด้านความบันเทิง, กระดาษ และก็การโทรคมนาคม , CJ Group และก็ Hansol Group อีกด้วย

และก็เมื่อปี 2006 ซัมซุง ได้ร่วมมือกับ Sony เพื่อเป็นการร่วมหุ้นธุรกิจผลิตจอภาพแอลซีดี ตอนนี้ซัมซุง เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

sagame66

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

About the author

Sophie Obrien

View all posts