เฟดเตรียมถกทิศทางดอกเบี้ย สายตาตลาดโลกจ้องมอง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สายตาของนักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และผู้ประกอบการทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะจะสะท้อนถึงท่าทีของ Fed ต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นร้อนแรงที่หลายคนรอคอย นั่นคือ “การปรับลดอัตราดอกเบี้ย” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินทั่วโลก

เฟดเตรียมถกทิศทางดอกเบี้ย สายตาตลาดโลกจ้องมอง
แม้ว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายที่ Fed ตั้งไว้ การตัดสินใจของ Fed จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง พวกเขาจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้กลับมาเร่งตัว กับการประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวมากเกินไป หรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะถดถอย สัญญาณจากรายงานเศรษฐกิจที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงาน หรืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ Fed จะนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ในมุมมองของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินสถานการณ์อย่างน่าสนใจ โดยคาดการณ์ว่า Fed อาจยังคงรอดูสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรก และน่าจะเริ่มพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจจะลดดอกเบี้ยลงได้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่อาจจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลก การคาดการณ์เช่นนี้มีพื้นฐานอยู่บนสมมติฐานว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่แสดงสัญญาณการชะลอตัวที่รุนแรงจนเกินไปนัก
หากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเป็นไปตามนั้น การลดดอกเบี้ยของ Fed จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินทั่วโลกลดลง ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้เกิดการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำ และเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ทุกสายตายังคงจับจ้องไปที่แถลงการณ์และคำกล่าวของประธาน Fed หลังการประชุม เพราะแม้การลดดอกเบี้ยจะเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวัง แต่ทิศทางและจังหวะเวลาที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดได้ การประชุมในวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ จึงไม่ใช่แค่การประชุมของธนาคารกลางเท่านั้น แต่เป็นการประชุมที่จะส่งผลสะเทือนถึงเศรษฐกิจและกระเป๋าเงินของผู้คนทั่วโลก.
Credit : สล็อตเว็บตรง
** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **